ตม.ทลายแก๊ง‘พ่อทิพย์’2 ครอบครัว
ตม.ทลายแก๊ง‘พ่อทิพย์’2 ครอบครัว
CG : ตม.ทลายแก๊ง‘พ่อทิพย์’2 ครอบครัว
โปรย : สืบ ตม.3 ขยายผลเครือข่าย “พ่อทิพย์” พบ 2 ครอบครัวใช้ข้อมูลบิดาชาวไทยสวมสิทธิแจ้งเกิดบุตรต่างด้าว พร้อมดำเนินคดี 4 ราย หลังตรวจ DNA พบความสัมพันธ์ทางสายเลือด ไม่ตรงกับข้อมูลในสูติบัตร

อ่านต่อ : วันนี้ (19 ส.ค.69) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 ขยายผลเครือข่าย “พ่อทิพย์” หลังพบพิรุธการใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดบุตรของบุคคลต่างด้าวให้มีสถานะเป็นคนไทย
จุดเริ่มต้นมาจาก นางสาว หวง (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี หญิงชาวจีน ยื่นขออยู่ในไทยโดยอ้างเหตุอุปการะบุตรสัญชาติไทย แต่ตำรวจพบข้อสงสัยความสัมพันธ์กับนายประดิษฐ์ (นามสมมติ) อายุ 53 ปี บิดาชาวไทย ซึ่งมีชื่อในสูติบัตร เมื่อเก็บ DNA ตรวจสอบ พบว่าบุตรสาว 2 คน ไม่ใช่บุตรของชายไทยรายนี้ แต่เป็นบุตรของนายเย่วหลง (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน และมีการแจ้งเกิดไว้ที่ว่าการอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

เมื่อตรวจสอบข้อมูลของนายประดิษฐ์ พบว่า มีบุตรทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วยบุตรที่เกิดจากภรรยาชาวไทย 3 คน บุตรที่เกิดจาก นางสาว หวง สัญชาติจีน 2 คน และบุตรที่เกิดจาก นางสาว หวัง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติจีน อีก 1 คน อันเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ต้องสงสัยร่วมกันอำพรางการแจ้งเกิดบุคคลต่างด้าวให้เป็นสัญชาติไทย โดยผิดกฎหมาย จึงได้รวบรวมข้อมูลบุคคลต่างด้าวขึ้นข้อมูล (Watchlist) สำหรับเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษ

ต่อมา (24 ก.ค.69) ชุดสืบสวน พบว่านางสาว หวัง และนายจู (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติจีน พร้อมบุตรชาย กำลังเดินทางออกจากไทย ไปยังประเทศออสเตรเลีย ชุดสืบสวน จึงได้เชิญตัวมาเก็บ DNA และพบว่าบุตรชาย ไม่ใช่บุตรของ นายประดิษฐ์ แต่เป็นบุตรของนายจู และได้แจ้งเกิดไว้ที่สำนักงานเขตคันนายาว กรุงเทพฯ ก่อนนำตัวนางสาว หวัง ส่ง สน.บางชัน ดำเนินคดี “ร่วมกันแจ้งความเท็จ / ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการ / และร่วมกันแจ้งเกิดโดยมิชอบ”

จากนั้น (4 ส.ค.69) ตำรวจได้เรียก นางสาว หวง และนายเย่วหลง มารับทราบข้อหา “ร่วมกันแจ้งความเท็จ / ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการ / ใช้เอกสารราชการอันเกิดจากการแจ้งเท็จ / และร่วมกันแจ้งเกิดโดยมิชอบ” จากการขยายผล พบผู้ถูกดำเนินคดีแล้ว 4 ราย เป็นชาวจีน 3 ราย และชาวไทย 1 ราย

โดยล่าสุด เมื่อวานนี้ (18 ส.ค.69) นายประดิษฐ์ ชายไทยที่มีชื่อเป็นบิดาในสูติบัตร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งที่ 2 พร้อมทั้งแจ้งข้อหา “ร่วมกันแจ้งความเท็จ / ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการ / และร่วมกันแจ้งเกิดโดยมิชอบ” ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพ ก่อนถูกปล่อยตัวชั่วคราว

ทั้งนี้ ตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบว่ามีการนำข้อมูลการแจ้งเกิดดังกล่าวไปใช้ขอรับสิทธิประโยชน์อื่นหรือไม่
********************
ตม.ทลายแก๊ง‘พ่อทิพย์’2 ครอบครัว
สถานทูตไม่ทน! แจ้ง ตม.บุกค้น บริษัทรับยื่นวีซ่าปลอมเอกสาร พบพิรุธปลอม Bank Statemen
สมาคม ศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย จัดทำกิจกรรม CSR เพื่อสังคม