ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามถก 4 ชั่วโมงวางมาตรการแก้น้ำท่วมทั้งระบบ เร่งระบายน้ำท่วมขังเกือบเดือนช่วยพื้นที่เกษตร มอบท้องถิ่นจัดหาเครื่องจักรตามระเบียบ พร้อมประสานเขื่อนต้นน้ำลดการระบายน้ำ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขสถานการณ์อุทกภัย โดยมีนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส., นายศุภโชค ศาลากิจ สว., นายเจษฎา ญาณประภาศิริ นายก อบจ. ผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ สะท้อนปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไขอุทกภัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางคนที อัมพวา และเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งประชาชนและเกษตรกรยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
นายชยชัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีความรุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมที่ประเมินว่าน้ำจะลดลงภายในไม่กี่วัน แต่กลับพบว่าหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่องกว่า 20 วัน บางแห่งน้ำลดแล้วกลับมาท่วมซ้ำ เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฝนตกเพิ่มเติมและปัจจัยน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก
สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะสวนส้มโอและสวนผลไม้ ซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน บางพื้นที่เริ่มเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ส่งผลกระทบต่อระบบรากและเสี่ยงทำให้ไม้ผลยืนต้นตาย สร้างความเสียหายต่ออาชีพและรายได้ของเกษตรกร ขณะที่พื้นที่ชุมชนและบ้านเรือนประชาชนบางส่วนยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง
ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันเสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำในภาพรวม โดยมุ่งเน้นการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชั้นในและพื้นที่การเกษตรให้เร็วที่สุด พร้อมแก้ไขปัญหาคูคลองตื้นเขิน ขยะ วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลที่จำเป็น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาจุดติดตั้งและวางแผนการทำงานให้สอดคล้องกับจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้แบ่งพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมออกเป็นโซน เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ใช้ข้อมูลด้านวิศวกรรมประกอบการวางแผน พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด และภาคเอกชนที่มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณและระเบียบการเบิกจ่าย โดยเฉพาะการเช่าเครื่องสูบน้ำ เรือ เครื่องจักรกล และค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นบางแห่งกังวลว่าจะถูกตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ในภายหลัง ทำให้การจัดหาเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนอาจเกิดความล่าช้า
ผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำว่า การแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งดำเนินการ โดยสามารถจัดหา เช่า หรือจ้างเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็นได้ภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรปล่อยให้ความกังวลเรื่องการตรวจสอบเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หากดำเนินการด้วยเจตนาสุจริต มีเหตุผลความจำเป็น ใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน
พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคลังจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้คำแนะนำแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง การเช่าเครื่องจักร การใช้เงินทดรองราชการ และการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถนำทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งเร่งสำรวจพื้นที่วิกฤต จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไขที่สามารถลงมือดำเนินการได้ทันที โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างพื้นที่ ไม่แยกกันแก้ปัญหาเฉพาะเขตของตนเอง พร้อมให้หน่วยงานชลประทานและหน่วยงานด้านวิศวกรรมร่วมสนับสนุนข้อมูล เพื่อให้การระบายน้ำทั้งระบบมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายหลังการประชุมที่ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยถึงข้อสรุปและมาตรการเร่งด่วนว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากยังมีการระบายน้ำจากเขื่อนตอนบนอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วง 2–3 วันนี้ระดับน้ำทะเลจะไม่หนุนสูงมากนัก แต่ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในระดับประมาณ 3.7–3.8 เมตร จึงจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลัง
โดยภายในวันที่ 16 ตุลาคม จังหวัดจะทำหนังสือประสานไปยังเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อชี้แจงผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลลงมายังพื้นที่สมุทรสงคราม และขอความร่วมมือให้พิจารณาลดปริมาณการระบายน้ำลงมาให้น้อยที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้
ขณะเดียวกัน ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลลดลง จังหวัดจะระดมสรรพกำลัง เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และอุปกรณ์จากทุกภาคส่วน เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชั้นในและชั้นกลางที่มีน้ำท่วมขังมานานเกือบ 20 วัน เพื่อบรรเทาความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมโดยเร็วที่สุด โดยวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม นัดหมายพร้อมกันในการผลักดันน้ำ อำเภอเมืองฯ เวลา 20.00 น., อำเภออัมพวา เวลา 21.00 น. และอำเภอบางคนที เวลา 22.00 น. ส่วนวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พื้นที่อำเภอเมืองฯ เวลา 20.30 น., อำเภออัมพวา เวลา 21.30 น. และอำเภอบางคนที เวลา 22.30 น.
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นวันระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสำรวจและทำความสะอาดคูคลอง กำจัดขยะ ผักตบชวา วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดเส้นทางการระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการช่วยเหลือประชาชน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง ทั้งการจัดศูนย์พักพิง อาหาร น้ำประปา ไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ ควบคู่กับการเร่งกระบวนการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อให้ครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางคนทีและอัมพวาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
พร้อมกันนี้ ได้เร่งรัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำเอกสารและดำเนินการจัดหาเครื่องมือเพิ่มเติม ทั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเรือ โดยให้พิจารณาใช้แหล่งงบประมาณที่สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ หรือประสานขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้การช่วยเหลือประชาชนต้องสะดุดเพราะข้อจำกัดด้านเครื่องมือและงบประมาณ
ในระยะยาว ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้หน่วยงานชลประทานนำข้อมูลปัญหาและข้อเสนอทั้งหมดจากการประชุม ไปทบทวน ปรับปรุง และจัดลำดับความสำคัญในแผนแม่บทการระบายน้ำภาพรวมของจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ เชื่อมโยงกันทุกพื้นที่ และลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัยซ้ำซากในอนาคต
ผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันว่า จังหวัดจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการเร่งระบายน้ำ การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน การปกป้องพื้นที่เกษตรกรรม และการเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย เพื่อให้ชาวสมุทรสงครามสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ตำรวจสอบสวนกลางส่งตำรวจทางหลวงลุยช่วยผู้ประสบภัยในจังหวัดราชบุรี – เพชรบุรี
” ผู้การจังหวัด พิทักษ์ ร่วมกับคุณปุญภา อุปพงษ์ประธานแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.นครปฐม ร่วมพิธีเจริญ พระพุทธมนต์วันตำรวจ “
ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามถก 4 ชั่วโมงวางมาตรการแก้น้ำท่วมทั้งระบบ เร่งระบายน้ำท่วมขังเกือบเดือนช่วยพื้นที่เกษตร