สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง
สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง
ชมคลิป
จากกรณีนายไพศาล แต้สุวรรณ อายุ 64 ปี ชาว ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม หัวใจวายขณะเล่นกีฬาแบดมินตันภายในสนามแบดมินตัน อบจ.สมุทรสงคราม เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 พ.ย.2567 แต่โชคดีขณะเกิดเหตุมี นางเจือจันทร์ ทิพรม หัวหน้าหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย (พระครูอุดมสมุทรคุณ), น.ส.รัตนาภรณ์ ศรีเสงี่ยม หัวหน้างานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ได้ใช้เครื่อง AED เข้าให้ความช่วยเหลือ จนฟื้นคืนสติและ นำตัวส่ง รพ. จนนายไพศาลปลอดภัยนั้น

ล่าสุด ที่สนามแบดมินตัน อบจ.สมุทรสงคราม นางบุษบงค์ ตุ้มสวัสดิ์ หน.แผนกผู้ป่วยนอก รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นำทีมเจ้าหน้าที่พยาบาลให้ความรู้เรื่องการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต(CPR) และการใช้เครื่องช๊อคเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ(AED) โดยมีนายไพศาล ผู้ที่หัวใจวายและรอดชีวิตหวุดหวิด ซึ่งปัจจุบันหายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติเดินทางมาขอบคุณ นางเจือจันทร์ ทิพรม หัวหน้าหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย (พระครูอุดมสมุทรคุณ), น.ส.รัตนาภรณ์ ศรีเสงี่ยม หัวหน้างานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า พร้อมทีมผู้ช่วยปั๊มหัวใจอีก 3 คน คือ นางสุวรรณา ใจเสงี่ยมอายุ 46 ปี, ส.ต.ท.สินพงศ์ เทียนทับทิม อายุ 28 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองสมุทรสงคราม และ นายพิพัฒน์ โชคะสุต อายุ 40 ปี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

นายไพศาล กล่าวว่าในวันเกิดเหตุตนยังไม่เหนื่อยกำลังจะลุกไปตีแบดฯอีกครั้ง จู่ๆภาพก็ตัดไปเลยเหมือนปิดสวิทจอดำไม่รู้เรื่องเลยมารู้สึกตัวสลืมสลือตอนที่อยู่ในห้องผ่าตัดบายพาสหัวใจ 1 เส้นรักษาตัวในห้อง ICU1 1 คืน ICU2 อีก 1 คืน วันรุ่งขึ้นก็กลับบ้านได้ และหมอนัดบายพาสเส้นที่ 2 อีก 1 เดือน ขณะนี้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม แต่แพทย์ยังให้ระมัดระวังห้ามขับรถ ห้ามตีแบดฯ วันนี้พอทราบข่าวว่าจะมีการอบรม เรื่องการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต และการใช้เครื่อง AED ตนจึงตั้งใจมาขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนช่วยชีวิตตนในครั้งนี้ หากไม่มีพวกเขาตนก็คงเสียชีวิตไปแล้ว
อย่างไรก็ตามตนฝากนักกีฬาทุกท่านว่าหัวใจวายนี้เป็นภัยมืดที่ไม่แสดงอาการล่วงหน้า ไม่รู้ว่าจะเกิดกับใครเมื่อไหร่ ขนาดตนร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ออกกำลังกายทุกวัน อยู่ๆยังหัวใจวาย ครั้งนี้หนักสุดในชีวิตเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ส่วน AED เป็นอุปกรณ์สำคัญมาก หากไม่มี AED ช่วยกระตุกหัวใจ แม้เจ้าหน้าที่จะปั๊มหัวใจตนก็คงไม่รอด จึงควรมีติดไว้ที่สนามกีฬาทุกแห่ง เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน
จากนั้นนางบุษบงค์ นำทีมเจ้าหน้าที่ฝึกปฏิบัติจริงกรณีที่พบผู้ที่หมดสติ การประเมินผู้ป่วย การปั๊มหัวใจช่วยชีวิต และการใช้เครื่อง AED กระตุกหัวใจ โดยมีนักกีฬาแบดมินตันตื่นตัวมาฝึกปฏิบัติจริงจำนวนมาก

นางบุษบงค์ กล่าวว่า หากพบผู้หมดสติต้องเข้าไปประเมินว่าหายใจไหม หัวใจหยุดเต้นไหม รอบๆมีเครื่อง AED ไหม หากไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ต้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ให้คนมาช่วย และ โทรศัพท์แจ้ง 1669 จากนั้นทำ CPR โดยวางฝ่ามือล่าง ไว้เหนือกึ่งกลางหน้าอกระหว่างหัวนม วางมืออีกข้างไว้บนมือแรก ตั้งข้อศอกให้ตรงและวางไหล่ให้อยู่เหนือมือ กดหน้าอกลงตรงๆอย่างน้อย 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 2.4 นิ้ว (6 เซนติเมตร) ใช้น้ำหนักตัวทั้งหมดของคุณ (ไม่ใช่แค่แขน) เมื่อทำการกดทับ กดแรง ๆ ในอัตรา 120 ครั้งต่อนาที กดไปเรื่อยๆ ประมาณ 200 ครั้ง หรือจนกว่า AED มาถึงก็ติดเครื่องกับร่างกายคนไข้เพื่อประเมินภาวะหัวใจ เพราะเครื่อง AED อัตโนมัติจะบอกขั้นตอน และอาการคนไข้ ว่าจะต้องช๊อคไฟฟ้ากระตุกหัวใจหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องฝึกให้ถูกต้อง ต้องทำภายใน 4 นาที เพื่อให้มีเลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง เมื่อเราช่วยเบื้องต้นถูกต้องจะทำให้ผู้ประสบเหตุมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น เมื่อทีมจาก รพ.มาช่วยเหลือก็จะพาผู้ป่วยไป รพ.เพื่อช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตามหากมีเครื่อง AED อยู่ในสถานที่เกิดเหตุก็สามารถติดอุปกรณ์กับร่างกายผู้ป่วยได้ทันที และทำตามขั้นตอน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่มาฝึกวิธีการ CPR และ การใช้เครื่อง AED เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ซึ่งทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้
สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง
ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง
อบจ.สมุทรสงคราม เตรียมจัดใหญ่สงกรานต์แม่กลอง 2569” เนรมิตสระยักษ์จุน้ำเกือบ 2 ล้านลิตรหน้าศาลากลาง สนุกฟรีพร้อมดนตรีเร้าใจ “หินเหล็กไฟ” และ” FC Band”