เสียดายความยิ่งใหญ่ท้องฟ้าจำลอง แห่งที่ 2 ของไทยที่สมุทรสงคราม แหล่งเรียนรู้ระบบสุริยะจักรวาลและความบันเทิง ประจำท้องถิ่นสร้างด้วยเงินภาษีประชาชน ทีถูกทิ้งร้าง วอนปรับปรุงให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าแก่เยาวชนและผู้ที่สนใจอีกครั้ง

ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม(ท้องฟ้าจำลอง) แหล่งเรียนรู้ประจำท้องถิ่นแห่งนี้ ที่ตั้ง บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หมู่ 8 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 หรือเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณ 27,500,000 บาท สมัยที่ นายอำนวย ลิขิตอำนวยชัย เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดาราศาสตร์ เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับคณะครู นักเรียน และนักศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่ และนับเป็นท้องฟ้าจำลองแห่งที่ 2 ของประเทศไทย (แห่งแรกอยู่ที่เอกมัย กรุงเทพฯ)

ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ฯ แห่งนี้ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ที่ทันสมัยกว่า 10 อุปกรณ์ เช่น 1.โปรแกรมเรียนรู้ถูกบรรจุไว้ในระบบท้องฟ้าจำลอง ประกอบด้วยกลุ่มดาวไม่น้อยกว่า 88 กลุ่มดาว ตามหลักสากล แต่ละกลุ่มดาวถูกกำหนดไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง ประกอบด้วยฟ้าซีกโลกเหนือและฟ้าซีกโลกใต้ และท้องฟ้าประเทศไทย วางซ้อนกันอยู่ในโดมเดียวกัน 2.ดาวแต่ละดวงแสดงด้วยแสงจากหลอด LED ชนิดพิเศษ สามารถให้แสงและสีที่เหมือนของจริงจากดวงดาวบนท้องฟ้าซึ่งติดตั้งอยู่ในโคมไฟเบอร์กลาสที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 ระดับที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 เมตร
3.หลอด LED ของดาวแต่ละดวงสามารถตั้งความสว่างได้ไม่ต่ำกว่า 10 ระดับอย่างอิสระต่อกันตั้งแต่สว่างมากที่สุดจนถึงสว่างน้อยที่สุดด้วยการควบคุมแผงวงจรที่ควบคุมด้วยพีซีคอมพิวเตอร์ 4.สามารถแสดงผลติด กระพริบ และดับของกลุ่มดาว และดาวแต่ละดวงจะถูกควบคุมได้อย่างอิสระต่อกันด้วยคอมพิวเตอร์ 5.สามารถควบคุมให้แสงจากดวงดาวแต่ละดวง ระยิบระยับอย่างอิสระจากกันเหมือนดาวจริงบนท้องฟ้า, 6.สามารถแสดงรูปร่างของดาวเคราะห์
ต่างๆได้
7.มีระบบแสง สี เสียง เพื่อแสดงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแสงฟ้าแลบ เสียงฟ้าผ่า เสียงฝนตก ดาวตก จันทรุปราคราและการเกิดข้างขึ้นข้างแรม 8.การควบคุมมี 2 ระบบ คือระบบอัตโนมัติ ซึ่งทำงานสอดคล้องกับเสียงบรรยายที่บันทึกไว้และระบบมือ 9.สามารถขับหลอด LED ให้มีความสว่างสุงสุดเทียบเท่ากับความสว่างของดวงดาวที่มีอันดับความสว่างเท่ากับ -1 ได้ไม่น้อยกว่า 4,000 หลอดพร้อมกัน 10.มีวงจรป้องกันกระแสลัดวงจรและป้องกันกระแสเกินสำหรับไฟที่จ่ายให้กับหลอด LED แต่ละหลอด
11.สามารถควบคุมการกระพริบของหลอด LED ทุกหลอดภายในกลุ่มดาวเดียวกันให้กระพริบพร้อมกันในขณะที่มีการบรรยายถึงดาวกลุ่มนั้น และจะต้องสามารถฉายภาพสัญลักษณ์ เช่นรูปสัตว์ต่างๆไปยังดาวกลุ่มนั้นประกอบการบรรยาย โดยให้หลอด LED ของดาวกลุ่มอื่นสว่างค้างอยู่ และหลังจากนั้นจะค่อยๆลดความสว่างของหลอด LED ของดาวกลุ่มอื่นลงอย่างช้าๆจนมืดสนิท โดยคงให้หลอด LED ของกลุ่มดาวที่ต้องการสว่างค้างอยู่และหลังจากนั้นยังสามารถควบคุมให้หลอด LED หลอดใดหลอดหนึ่งภายในกลุ่มดาวนั้นกระพริบ ในขณะที่หลอด LED หลอดอื่นในกลุ่มดาวเดียวกันสว่างค้าง เมื่อทำการบรรยายถึงดาวแต่ละดวงภายในกลุ่มดาวนั้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าชมสังเกต และกลุ่มดาวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากดวงดาวทั้งหมดและดาวแต่ละดวงภายในกลุ่มดาวนั้น 12.จะต้องมีระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่สอดคล้องกับคำบรรยายที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและระบบทำงานที่ควบคุมด้วยมือโดยการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ 13.ระบบการควบคุมทั้งหมดจะต้องสั่งงานได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ในลักษณะกราฟฟิค ยูสเซ่อ อินเทอร์เฟค

ต่อมาในปี พ.ศ.2559 – 2562 (สมัยที่นายพิสิฐ เสือสมิง เป็นนายก อบจ.สมุทรสงคราม) มีการปรับปรุงซ่อมแซมเปลี่ยนระบบเครื่องฉาย และก่อสร้างอาคารอบรม ห้องสมุด ที่พักศึกษาหาความรู้ถ่ายทอดวิชาการการแข่งขันโอลิมปิควิชาการ และเปิดโอกาสให้นักเรียน ประชาชนทั่วไปได้เข้าเรียนรู้วันละ 2 รอบ ซึ่งแต่ละวันก็มีประชาชนมาดูงานหลายร้อยคน ต่อมาในปี 2567 (สมัยที่ น.ส.กาญสุดา ปานะสุทธะ เป็นนายก อบจ.สมุทรสงคราม) มีการของบประมาณอุดหนุนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 8 ล้านบาท ในการปรับปรุงซ่อมแซมหอดูดาว และปรับปรุงภูมิทัศน์ เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้ามาศึกษาดูงาน แต่ก็หมดวาระไปก่อน

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม(ท้องฟ้าจำลอง) แหล่งเรียนรู้ระบบสุริยะจักรวาล กาแล็กซี่และการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะอันจะนำไปสู่การเรียนการสอนที่เป็นสากลยิ่งขึ้น และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงครามด้วย ได้ถูกทิ้งร้างมานานตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเมื่อมีการเลือกตั้งตามวาระอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้บริหารบางรายจะพยายามพัฒนาแต่ไม่รู้ว่าติดขัดปัญหาอะไร บ้างก็อ้างติดขัดระเบียบ ความไม่คุ้มค่า จากทัศคติของคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาทำงานใน จ.สมุทรสงคราม บ้างก็ว่าผู้บริหารไม่เอาจริงเอาจัง ทำให้อาคารสถานที่นอกจากจะทรุดโทรมแล้ว เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆยังใช้งานไม่ได้เพราะขาดการซ่อมแซมบำรุงรักษาขาดผู้เชี่ยวชาญมาดูแลอย่างน่าเสียดาย

จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ อบจ.สมุทรสงคราม หันมาใส่ใจปรับปรุงดูแลให้ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ฯ หรือท้องฟ้าจำลอง แหล่งเรียนรู้ประจำท้องถิ่นแห่งนี้ได้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เยาวชนและผู้ที่มาทัศนศึกษาโดยเฉพาะชาวสมุทรสงครามจะได้ภาคภูมิใจที่มีของดีอยู่ในท้องถิ่นตนเอง ทำให้ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงท้องฟ้าจำลองที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าสำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่สนใจต่อไป
ด่าน ตม.เชียงแสน:จับกุมบุคคลต่างด้าว(สัญชาติจีน)ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 1 ราย
สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง
ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง