ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ล็อกตัวชาวกัมพูชา คาท่ารถโดยสาร ตรวจสอบพบแอบอยู่เกิน (over stay) กว่า 3 ปี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง(บก.ทล.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์
คูสิทธิผล, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง , พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.๑ บก.ทล. ได้สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.,พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์, ร.ต.ท.มนชิต อิ่มปราง รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.ท.เอกลักษณ์ ไชยโย ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.นครสวรรค์
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ดังนี้
1.MS.YOEN ฯ ( น.ส.เย็น ฯ ) อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาที่ 1
2.MS.SUN ฯ ( น.ส.ซัน ฯ ) อายุ 46 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาที่ 2
3.MS.THOEN ฯ ( น.ส.เทือนฯ ) อายุ 21 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาที่ 3
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
พฤติการณ์แห่งคดี

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อมาถึงบริเวณที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้พบเห็นบุคคลลักษณะคล้าย บุคคลต่างด้าว จำนวน 3 คน อยู่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประกอบการเดินทาง ก่อนทำการตรวจเจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวทราบจนเป็นที่พอใจและยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจโดยสมัครใจ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 คน สามารถสื่อสารพูดและฟังภาษาไทยได้เข้าใจดี อีกทั้งได้แสดงหนังสือเดินทางฯ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ จากการตรวจเบื้องต้นพบว่า ทั้ง 3 คน ได้แสดงหนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา ตามลำดับจากการตรวจรอยตราประทับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางฯ ของทั้ง 3 ราย ดังกล่าว พบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด จึงเชิญตัวบุคคลทั้ง 3 ราย ดังกล่าวมายังที่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ภายหลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ผู้ต้องหาที่ 1 ชื่อ MS.YOEN ฯ (น.ส.เย็น ฯ ) อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา หนังสือเดินทางเลขที่ N00964xx6 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว (ผ.14) เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2565 หลังจากนั้นไม่พบการยื่นขออยู่ต่อเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด อันเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดเป็นเวลา 1,359 วัน (นับถึงวันที่ตรวจพบ) โดยผู้ต้องหาทราบดีว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของตนสิ้นสุด ก่อนเกิดเหตุ ประมาณ เดือนพฤษภาคม 2565 ตนได้เดินทางข้ามมายังประเทศไทยและพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง ต่อมามีความประสงค์เดินทางกลับประเทศกัมพูชาจึงได้นั่งรถโดยสารเพื่อจะไป จ.กรุงเทพฯ และจะนั่งรถโดยสารต่อไปที่ จ.สระแก้ว และถูกจับกุมบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว

ผู้ต้องหาที่ 2 MS.SUN ฯ (น.ส.ซันฯ ) อายุ 46 ปี สัญชาติกัมพูชา หนังสือเดินทางเลขที่ N01358xx3 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว (ผ.14) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 1 เมษายน 2563 หลังจากนั้นไม่พบการยื่นขออยู่ต่อเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด อันเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดเป็นเวลา 2,156 วัน (นับถึงวันที่ตรวจพบ) โดยผู้ต้องหาทราบดีว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของตนสิ้นสุด ก่อนเกิดเหตุ ประมาณ มีนาคม 2563 ตนได้เดินทางข้ามมายังประเทศไทยและพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ต่อมามีความประสงค์เดินทางกลับประเทศกัมพูชาจึงได้นั่งรถโดยสารเพื่อจะไปจ.กรุงเทพฯ และจะนั่งรถโดยสารต่อไปที่ จ.สระแก้ว และถูกจับกุมบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว
ผู้ต้องหาที่ 3 MS.THOEN ฯ (น.ส.เทือน ฯ ) อายุ 21 ปี สัญชาติกัมพูชา ได้นำภาพถ่ายหนังสือเดินทางเลขที่ T0783xx5 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบในระบบ จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ สตม.(PIBICS) พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ด้วยวีซ่าประเภทแรงงาน 3 สัญชาติ (NON-LA) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ทางตม.จว.สมุทรปราการ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 หลังจากนั้นไม่พบการยื่นขออยู่ต่อเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด อันเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดเป็นเวลา 1,106 วัน (นับถึงวันที่ตรวจพบ) โดยผู้ต้องหาทราบดีว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของตนสิ้นสุด ก่อนเกิดเหตุ ประมาณปี 2565 ตนได้เดินทางข้ามมายังประเทศไทยและพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และช่วงประมาณ เดือนมิถุนายน ปี 2568 ต่อมามีความประสงค์เดินทางกลับประเทศกัมพูชาจึงได้นั่งรถโดยสารเพื่อจะไปจ.กรุงเทพฯ และจะนั่งรถโดยสารต่อไปที่ จ.สระแก้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. โทร. 0827415999
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ข้อกฎหมายทารุณกรรม-ปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยง เสี่ยงโทษหนัก
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ล็อกตัวชาวกัมพูชา คาท่ารถโดยสาร ตรวจสอบพบแอบอยู่เกิน (over stay) กว่า 3 ปี
ชาวโคราช บุกทำเนียบฯ ทวงความคืบหน้าไฟไหม้ตลาดปักธงชัย ผ่าน 15 ปีไร้เยียวยา