บรรยากาศมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้ารายซื้อยตามนโยบายรัฐบาล ที่ ธ.ก.ส.จังหวัดสมุทรสงคราม ยังมีประชาชนทะยอยเดินทางมาขอลงทะเบียนกันอย่างต่อเนื่อง โดย ธ.ก.ส.สมุทรสงครามได้จัดโต๊ะให้บริการลงทะเบียน และจัดแผ่นป้ายแนะนำต่างๆ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดทั้งวัน ขณะที่ยังจัดประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนลูกค้าให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.ขอข้อมูลส่วนบุคคล เน้นย้ำ ธ.ก.ส.ไม่มีนโยบายทำธุรกรรมอ้อนไลน์ ลูกค้าต้องมาทำธุรกรรมที่สาขาเท้านั้น เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

นางอุไรวรรณ คันธมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ธ.ก.ส.เดินหน้าเต็มรูปแบบตามมาตรการพักชำระหนี้ลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาล สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส.ที่มีด้นเงินคงเป็นหนี้ทุกสัญญารวมกัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ไม่เกิน 300,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.2566 ถึง 30 ก.ย. 2569 (พักทั้งเงินและดอกเบี้ย) โดยจังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ 3 อำเภอ มีจำนวนลูกค้า 7,683 ราย ต้นเงินกู้รวมทั้งหมด 1,862 ล้านบาท มีจำนวนลูกค้าที่มีสิทธิ์เข้าร่วมตามมาตรการพักชำระหนี้ จำนวน 1,469 ราย วงเงินกู้รวมกว่า 168.57 ล้านบาท แยกเป็น อำเภอเมืองสมุทรสงคราม 812 ราย เงินกู้ 95 ล้านบาท อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที 657 ราย วงเงิน 73 ล้านบาท นอกจากนี้ ธ.ก.ส จะดำเนินการอำนวยความสะตวกให้ลูกค้าในการเข้าร่วมมาตรฐานพักชำระหนี้แล้ว ธ.ก.ส. พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา เติมเต็มองค์ความรู้พัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มศักยภาพและฟื้นฟูลูกหนี้ผู้เข้าร่วมมาตรการ ภายใต้หลักการ "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" และเติมสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพตามความสามารถในการชำระหนี้วงเงินไม่เกิน รายละ 100,000 บาท ซึ่งธนาคารเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์และตรวจสอบสิทธิ์ตามมาตรการผ่านทางแอปพลิเคชั่น "BAAC Mobile" ของ ธ.ก.ส. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2567

นางอุไรวรรณ กล่าวว่า มาตรการพักชำระหนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2569 แบ่งเป็น 3 ระยะ ๆ ละ 1 ปี ดังนี้ ระยะที่ 1 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567, ระยะที่ 2 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2568, ระยะที่ 3 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ในปีที่ 2 - 3 ของการพักชำระหนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์ยินยอมให้ ธ.ก.ส. สอบทานศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ทุกปี
สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาดรการพักชำระหนี้ 1.เป็นลูกหนี้รายคน (เกษตรกรและบุคคล) 2.มีต้นเงินเป็นหนี้คงเหลือทุกสัญญารวมกัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ไม่เกิน 300,000 บาท, 3.มีสถานะหนี้เป็นปกติและหนี้ค้างชำระ (หนี้ 0 - 3 เตือน และหนี้ NPL)
ส่วน เงื่อนไขผู้เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ 1.ผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่เป็นลูกหนี้ดำเนินคดี หรือบุคลล้มละลาย หรือเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูที่มีรายชื่อจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านกองทุนฟื้นฟูแล้ว, 2. ประเภทสัญญาเงินกู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการ ได้แก่ 2.1 สัญญาเงินกู้ตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด อาทิ OD, P/N สัญญาเงินกู้ตาม ฉ.35, 2.2 สัญญาเงินกู้ที่อยู่ในโครงการที่ใด้รับการช่วยเหลือ สัญญาเงินผู้ที่อยู่ระหว่างการได้รับชดเชยจากรัฐบาล หรือสัญญาเงินกู้ที่อยู่ในโครงการหรือมีเงื่อนไขพิเศษตามมาตราการอื่นๆ
ขณะที่เงื่อนใขการออกจากการเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้นั้น 1.ลูกหนี้ที่ประสงค์ลาออกจากการเข้าร่วมโครการจะต้องแจ้งความประสงค์ต่อ ธ.ก.ส ซึ่งต้องเป็นลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี และลูกหนี้ที่ประสงค์จะใช้บริการสินเชื่อดามปกติกับ ธ.ก.ส. โดยก่อนการยื่นขอสินเชื่อ จะต้องสละสิทธิ์ การเข้าร่วมมาตรการซึ่งจะได้รับการพิจารณาวงเงินตามศักยภาพ รวมทั้งลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนใขของมาตราการ เช่น ไม่เข้าร่วมการสอบทานศักยภาพและความสามารถในการชำระนี้ประจำปี หรือไม่เข้าร่วมการอบรมและพื้นฟูการประกอบอาชีพตามที่ธนาคารกำหนด หรือ ลูกหนี้ที่ก่อภาระหนี้เพิ่มขึ้นกับสถาบันการเงินอื่นระหว่างเข้าร่วมมาตรการ ธนาคารจะพิจารณาให้ออกจากมาตรการ

นางอุไรวรรณ กล่าวว่า ผู้ที่สนใจต้องลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2567 หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ พร้อมแจ้งผลให้กับลูกค้า และจะโทรศัพท์นัดหมายกับลูกค้าต่อไป (นัดหมายลูกค้าและผู้ค้ำประกันไปที่สาขาหรือจุดนัดหมายเพื่อจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง) โดยลูกค้าแสดงความประสงค์และตรวจสอบสิทธิโดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile หรือขอรับการแนะนำได้ที่ ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขา โดยสามารถติดต่อ ธ.ก.ส.สาขาในสังกัด สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ดังนี้ ธ.ก.ส.สาขาสมุทรสงคราม ที่อยู่ 133/46 7 ถ.ทางเข้าเมือง ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 75000 โทรศัพท์ 034-711-259 โทรสาร 034-713-783, ธ.ก.ส.สาขาอัมพวา ที่อยู่ 29/7 สมุทรสงคราม บางแพ ต. อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โทรศัพท์ 034-725-727 โทรสาร 034-725-728
นางอุไรวรรณ กล่าวว่า ในส่วนของ ธ.ก.ส.สมุทรสงคราม ได้ดำเนินการเชิงรุก ลงพื้นที่ไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อรับลงทะเบียนล่าสุดกำหนดไปให้บริการเกษตรกรที่ อบต.คลองโคน ในวันที่ 11 ตุลาคม 2566
“อย่างไรก็ตามฝากเตือนประชาชนขอให้ระวังมิจฉาชีพที่อ้างใช้โอกาสนี้ นำเรื่องพักชำระหนี้ไปหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปติดต่ออำนวยความสะดวก หรือหลอกลวงให้กคลิงก์ต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ จึงขอให้ลูกค้าทุกท่านศึกษาข้อมูลการดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชัน BAAC BAAC Mobile ได้บนระบบ 1OS และ Android ผ่านทาง App store และ Play store เท่านั้น หรือสอบถามข้อมูลอื่น ๆ ได้ที่ Call Center 02 555 0555 หรือ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ เมื่อลูกค้าลงทะเบียนใน แอปพลิเคชัน BAAC BAAC Mobile แล้ว ลูกค้าเพียงรอเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์ไปแจ้งสิทธิ์และให้มาติดต่อ ธ.ก.ส. เพื่อทำธุรกรรมสัญญา เท่านั้น ธ.ก.ส.ไม่มีนโยบายส่งลิงค์ให้กรอกข้อมูล หรือ โทรศัพท์ไปขอเอกสาร หรือรับทำธุรกรรมกับลุกค้าทางออนไลน์ หากได้รับการติดต่อกรณีดังกล่าว ขออย่าหลงเชื่อเด็ดขาด” นางอุไรวรรณ กล่าว
12 ปีที่คิดถึง! จีจ้า-อาไท กลมกิ๊ก พร้อมคนบันเทิง-ลูกศิษย์ร่วมทำบุญรำลึก "พันนา ฤทธิไกร"
ชาวบ้านสุดที่จะทน!!กลัวไม่ปลอดภัยแจ้งตม.นครปฐมบุกรวบร้านอาหารป่าพบต่างด้าวกว่า10คนมั่วสุมส่งเสียง
ตม.3 รวบผู้ต้องหาหญิงชาวจีน ตามหมายจับคดีรับสินบนและทุจริต