20 เมษายน 2569

มจร.ศึกษาข้อมูลตรวจความพร้อมเตรียมเปิดหน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์  ที่วัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม

image

       

             เมื่อเร็วๆนี้ ที่วัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พระภาวนาวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่พระอารามหลวง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจความพร้อมโครงการขอเปิดหน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) วัดอินทาราม ครั้งที่ 1/2567 โดยมีคณะกรรมการตรวจความพร้อม มจร.นำโดยพระราชวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา และรศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป และ ผู้แทน ฝ่ายวัดอินทาราม นำโดย น.ส.ประภารัตน์ นาคผจญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม นางกชณัฐ พัฒนวิชัย นายอำเภออัมพวา, น.ส.ฉันทณา โพธาราม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม, นายญาณทัธ สิริวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม และ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น นักศึกษาประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น วัดอินทารามร่วมประชุมเกือบ 100 รูป/คน

          จากนั้นพระเมธีวัชรประชาทร(ผศ.ดร.หลวงพ่อแดง นันทิโย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ได้ชี้แจงว่า คณะสงฆ์วัดอินทารามได้ตระหนักเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น ประกอบกับคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงคราม มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเปิดหน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดอินทาราม ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พระภิกษุ-สามเณร ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงครามและประชาชน ได้มีที่ศึกษาเล่าเรียนโดยไม่ต้องเดินทางไปศึกษาต่างจังหวัด เพื่อพัฒนาพระสงฆ์และบุคลากรทางศาสนาให้มีศักยภาพในการธำรงรักษา เผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและเป็นแกนหลักในการพัฒนาจิตใจและสังคมอย่างกว้างขวาง  วัดอินทาราม จึงร่วมกับ ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ดำเนินการจัดการศึกษา เปิดหลักสูตร ประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น (ป.บท.) ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ณ วัดอินทาราม จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งทางหลักสูตรได้จัดการเรียนการสอนโดยมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้และความเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม โดยปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2567 ได้มี นักศึกษากำลังศึกษา จำนวน 56 คน และยังได้ส่งเสริมให้ พระสงฆ์หรือพระสังฆาธิการหลายรูปได้ต่อยอดทางการศึกษา ในหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) ไปสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และบางรูปได้ต่อยอดการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก แต่อย่างไรก็ตามการต่อยอดทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเรียนในระดับปริญญาตรีหรือระดับบัณฑิตศึกษา ต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการเดินทางไปศึกษาในสถานศึกษาในต่างจังหวัดอันทำให้พระสงฆ์ และประชาชน ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือต้องย้ายวัดไปจำพรรษาในจังหวัดที่สถานศึกษานั้นตั้งอยู่ และพระสงฆ์บางรูปก็ขาดปัจจัยในการพัฒนาตนด้านการศึกษาอันเป็นการขาดโอกาสทางการศึกษา

          คณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงคราม นำโดยพระภาวนาวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่พระอารามหลวง ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะขยายโอกาสทางการศึกษาโดยขอเปิดหน่วยวิทยบริการคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดอินทาราม และขออนุมัติเปิดหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์  คณะสังคมศาสตร์ ให้แก่พระภิกษุสามเณร และคฤหัสถ์ จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นเพียงที่เดียวในเขตการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ยังไม่ได้จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลทางพระพุทธศาสนาให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่การบริหารกิจการคณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาสังคมและประเทศชาติ และยังช่วยคงอัตราจำนวนพระภิกษุสามเณรในจังหวัดสมุทรสงครามจากการไม่ต้องย้ายวัดหรือลำบากในการเดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งอื่นๆ และยังคงอยู่ในสมณเพศยาวนานขึ้น อันเป็นการต่อยอดทางการศึกษาที่คณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงคราม

          จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเปิดหน่วยวิทยบริการ พุทธศักราช 2547 และ ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2559 ทั้ง 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.มีสถานที่ดั้งอยู่ในวัด หรือที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ดินของมหาวิทยาลัย หรือ 2.มีแผนงบประมาณเละที่มาของงบประมาณที่ชัดเจน 3. มีเงินทุนหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนงานจัดการศึกษาดามแผนงานและ โครงการอย่างเพียงพอ 4.มีนิสิดในปีการศึกษาแรก จำนวนไม่น้อยกว่า 25 รูปหรือคน  5.ต้องได้รับการสนับสนุนจากคณะสงฆ์ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ที่หน่วยวิทยบริการตั้งอยู่ และ 6.เป็นโครงการที่บรรจุไว้ในแผนพัฒนามหาวิทยาลัยมีระยะเวลาไม่น้อย กว่าหนึ่งปีงบประมาณก่อนดำเนินการ ผลปรากฎว่าคณะกรรมการตรวจความพร้อมโครงการขอเปิดหน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) วัดอินทาราม ครั้งที่ 1/2567 มีมติเห็นชอบให้วัดอินทาราม เปิดหน่วยวิทยบริการ เพื่อให้การศึกษาและให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาแก่สังคม โดยจะเสนออธิการบดีก่อนเสนอสภาวิซาการ ให้ความเห็นชอบ และ ส่งต่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติต่อไป 

            สำหรับ ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยขึ้น โดยให้ย้ายการสอนพระปริยัติธรรมจากศาลาบอกพระปริยัติธรรมภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปตั้งที่วัดมหาธาตุ เพื่อเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายและคฤหัสถ์ เมื่อ พ.ศ.2430 และโปรดให้เรียกว่า มหาธาตุวิทยาลัย มหาธาตุวิทยาลัยได้เปิดทำการสอนเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2432 และมีพระบรมราชโองการเปลี่ยนนามใหม่ว่า “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” เมื่อ วันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2439 โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์สืบไป ดังปรากฏในประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังฆิกเสนาศน์ราชวิทยาลัย

         มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ในการกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา และศาสตร์การเรียนรู้แขนงอื่นๆ โดยมีหลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกสอดแทรกในบทเรียนการศึกษาวิชาชั้นสูงในรูปแบบมหาวิทยาลัย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อถวายแด่คณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย โดยเริ่มจัดการเรียนการสอนด้านพุทธศาสตร์เป็นสาขาแรก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสตร์ที่สำคัญของคณะสงฆ์ไทย มีการจัดตั้งวิทยาเขต, วิทยาลัยสงฆ์, ศูนย์วิทยบริการและห้องเรียน กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ปัจจุบัน เปิดการเรียนการสอนใน 4 คณะ ครอบคลุมทั้งระดับปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิตจนถึงปริญญาพุทธศาสตรดุษฏีบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติและภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 33 สาขาวิชา  นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นภายในมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการวิจัยในด้านพุทธศาสตร์ประยุกต์

ชมคลิป 

ภาพข่าว

ด่าน ตม.เชียงแสน:จับกุมบุคคลต่างด้าว(สัญชาติจีน)ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 1 ราย

ด่าน ตม.เชียงแสน:จับกุมบุคคลต่างด้าว(สัญชาติจีน)ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 1 ราย

สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง

สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง

ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง

ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง