
เมื่อ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่วัดตะโหนดราย ต.บางกระบือ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พระครูสมุทรปริยัตยาภรณ์(ดร.) เจ้าอาวาสวัดตะโหนดราย ร่วมกับศิษยานุศิษย์ได้จัดงานตัดหวายฝังลูกนิมิต หลังโบสถ์แห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2555 จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ด้วยใช้งบประมาณก่อสร้าง 60 ล้านบาท โดยพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ ประธานฝ่ายสงฆ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนจะเปิดผ้าคลุมลูกนิมิต และให้ศิลให้พร โดยมีชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ร่วมงานกันอย่างคึกคัก หวังเสริมความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงในชีวิต

จากนั้นเจ้าภาพได้ร่วมกันตัดหวายทั้ง 9 ลูก ประกอบด้วย ลูกนิมิตเอก กลางโบสภ์ 1 ลูก และ รอบๆโบสถ์อีกลูก โดยมีพระสมุทรธรรมคณี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดกลางเหนือ อธิฐานจิตลูกนิมิตทั้ง 9 ลูก มีพระราชภาวนาวชิราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่ ตีกระดิ่ง เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนที่ จะนำคณะสงฆ์ทำสังฆกรรม ภายในโบสภ์ โดยให้ฆราวาสทุกคนออกนอกกำแพงแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่เข้มขลัง

จากนั้นชาวบ้านได้ตั้งขบวนแห่รับ พระครูสมุทรปริยัตยาภรณ์(ดร.) เจ้าอาวาสวัดตะโหนดราย ที่ออกนอกวัด ขณะที่ประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิต ตามความเชื่อโบราณ ที่กำหนดให้เจ้าอาวาสต้องออกนอกวัด เชื่อกันว่าเจ้าอาวาสสร้างโบสถ์เสร็จบุญมันแรง ต้องไปอยู่ให้ไกลๆจนกว่างานจะจบ ไม่อย่างนั้นอาจมีอันเป็นไป นอกจากนี้ยังมีพิธีอุปสมบทหมู่ 25 รูป ฉลองโบสภ์ใหม่ อย่างไรก็ตามภายหลังเสร็จพิธีพระครูสมุทรปริยัตยาภรณ์(ดร.) ได้มอบหวาย และ เหรียญ “พระพุทธเฉลิมเจริญมหาจักรพรรดิ มนัสอภิปูยชนี” (หลวงพ่อเศรษฐี) พระประธานในโบสถ์ คนละ 1 ชุด เพื่อความเป็นสิริมงคล ด้วย ซึ่งบางรายก็มองหาเลขเด็ด บ้าง ก็เอาเลขอุปสมบท 25 บ้างก็ เอาเลขความกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร บ้างก็เอาเลข หน้าตัก หลวงพ่อเศรษฐี 99 นิ้ว มาเสี่ยงโชคงวดต่อไปด้วย

สำหรับอุโบสถหลังเก่าชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับถูกน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องสร้างโบสถ์หลังใหม่เป็นรูปทรงสำเภา กว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร มีประตูหน้าบานเดียว เป็นรูปเทพเฝ้าประตู บริเวณเหนือประตูจะมีพระพุทธรูปปางเปิดโลก เมื่อเข้ามาในโบสถ์ จะพบกับพระประธานปางมหาจักรพรรดิ ทรงเครื่องพระมหากษัติรย์องค์แรกใน จ.สมุทรสงคราม และสวยงามที่สุด ชื่อ “พระพุทธเฉลิมเจริญมหาจักรพรรดิ มนัสอภิปูยชนี” ความหมาย พระพุทธรูปที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติแห่งพระมหาจักพรรดิ์อันเป็นที่ควรค่าแก่การยกย่องนับถือบูชากราบไหว้

ซึ่งจากปาฏิหารย์หลังจากที่หล่อองค์ท่าน วัดแห่งนี้มีปัจจัยเข้ามาสร้างโสถ์ไม่ขาดสาย เคยได้เงินทำบุญกฐิน 18 ล้านบาท อีกทั้งญาติโยมที่เข้ามาขอพรก็กลับไปได้โชคลาภ ชาวบ้านจึงเรียกสั้นๆว่า “หลวงพ่อเศรษฐี” ด้านหลังเขียนสีเป็นพระราชวังสนามจันทร์ ด้านขวามีพระอินทร์อัญเชิญพระมหาจุฬามณี ด้านซ้ายมีพระพรหม บนฝ้าเพดานเป็นรูปก้อนเมฆบนสรวงสวรรค์ มีเทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 รูป เรียงตามจักราศรี ประตูหลังด้านในเป็นรูปท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 คอยปกปักษ์รักษา ด้านนอกเป็นรูปทวารบาลจีนแต่งเครื่องแบบไทย

ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่านอกจากหลวงพ่อเศรษฐีจะให้โชคลาภแล้ว เมื่อเข้ามาในโบสถ์แห่งนี้จะเป็นการสะเดราะห์ ต่อชะตา ก็ด้วยเนื่องจาก เมื่อเดินเข้าประตูจะได้ลอดพระปางเปิดโลก พอเข้ามาอยู่ในโบสถ์ก็มีเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 เสริมดวงให้ จึงมักมีญาติโยมแวะเวียนเข้ามากราบไหว้ขอพร หวังให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ได้โชคลาภ กันเป็นระยะซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสมความปรารถนา

ด่าน ตม.เชียงแสน:จับกุมบุคคลต่างด้าว(สัญชาติจีน)ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 1 ราย
สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง
ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง