ร.ต.ท.หญิงพรสุดา เหนี่ยวพึ่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งอุบัติเหตุบนถนนเอกชัย ชุมชนเอกชัย เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัสทราบชื่อภายหลัง น.ส.พรทิพย์ อายุ 29 ปี ชาว ต.ดอนดั่ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น สภาพนอนหมดสติน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าฟอซ่า 350 สีดำ ทะเบียน 5ขธ 757 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ส่วนคู่กรณีคือรถปิกอัพยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำตาล ทะเบียน 3กฉ 6502 กรุงเทพมหานคร สภาพประตูด้านซ้ายฝั่งข้างคนขับพังยุบ มีนายนิธิพงศ์ อายุ 68 ปี ชาว ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่านายนิธิพงศ์ขับรถปิกอัพมุ่งหน้าตลาดแม่กลอง และกลับรถมุ่งหน้าไปตำบลลาดใหญ่ทันที เป็นจังหวะเดียวกันกับ นางสาวพรทิพย์ ขับรถจักรยานยนต์มาทางตรงเบรคไม่ทันทำให้ชนเข้าอย่างจังร่าง นางสาวพรทิพย์ กระเด็นมานอนกองกับพื้น จากนั้นมีอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงครามขับผ่านมาพอดี จึงช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งรถพยาบาลกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าทันที

นายฉันทวิทย์ คล้ายสุข อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม กล่าวว่า ขณะที่กำลังขับรถไปตลาดแม่กลอง ผ่านมาเจออุบัติเหตุจึงกลับรถมาให้ความช่วยเหลือ มาถึงที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสวนหมวกกันน๊อค จึงถอดหมกประเมินอาหารพบว่าผู้บาดเจ็บยังมีชีพจร แต่นอนหายใจเป่าปาก จึงประสานรถพยาบาลกู้ชีพ นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ล่าสุดอาการยังสาหัสต้องสวมท่อช่วยหายใจ

นายฉันทวิทย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่ากลัว เพราะจุดเกิดเหตุมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากรถตัดออกมาทันทีไม่ค่อยมองทางกัน ก็ฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณนี้มีจุดกลับรถ 3 จุด จะกลับรถ หรือขับขี่ทางตรงก็ขอให้ใช้ความระมัดระวัง ลดความเร็วเพราะเป็นเขตชุมชนค่อนข้างจะอันตราย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

นายเตวิช สมทิพย์ อาย 33 ปี ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ซึ่งเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่กำลังซ่อมรถจักรยานยนต์อยู่ในร้านได้ยินเสียงตูมดังสนั่นตนจึงรีบวิ่งออกมาดูพบว่าผู้บาดเจ็บนอน ยังมีสติ ลืมตา จึงให้ผู้บาดเจ็บนอนนิ่งๆรอเจ้าหน้าที่มาปฐมพยาบาล สักพักก็หมดสติมีอาการกัดลิ้นตัวเอง น้ำลายฟูมปาก ตัวเกร็ง โชคดีที่มีรถอาสาสมัครกู้ภัยขับผ่านมาพอดีจึงเข้าช่วยเหลือได้ทันที ตนก็ยืนถือร่มให้ผู้บาดเจ็บ ล่าสุดผู้บาดเจ็บมีอาการซี่โครงหัก 5 ซี่ ปอดฉีก ขาขวาหักปอดฉีก คาการโคม่าเข้ารับกษาตัวในห้องไอซียูโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ส่วนคู่กรณีไม่ได้หนีแต่ถอยหลังกลับมาดู

นายเตวิชกล่าวว่า บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เนื่องจากไม่มีใครชะลอรถ ส่วนใหญ่คิดจะเลี้ยวก็เลี้ยว ไม่ให้ทางกัน ทางตรงก็วิ่งเร็ว ทางเลี้ยวก็ไม่ระวัง และยังมีการรถย้อนศรเป็นประจำ ตั้งแต่แต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุแล้ว 5 รอบ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งป้ายเตือนให้บ้างก็ยังดี ส่วนผู้ใช้ใช้ถนนก็ขอให้ระมัดระวัง เนื่องจากเป็นเขตชุมชน
/////////////////////
ด่าน ตม.เชียงแสน:จับกุมบุคคลต่างด้าว(สัญชาติจีน)ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 1 ราย
สน.หัวหมาก รวบหนุ่มวิ่งราวทรัพย์กลางห้างฯ ย่านรามคำแหง
ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง