จากกรณีนายจตุพร อายุ 36 ปี ชาว จ.ราชบุรี ถูก 3 เพื่อนร่วมงานเมายาไฟว์ไฟว์กัดนิ้ว-หักพวงมาลัยรถ คว้าอิฐทุบหัวดับสลด เหตุเกิด ภายในปั้มปตท. กม.12 ถนนพระราม2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2566 นั้น
ล่าสุด นายเฉลิมเกียรติ อายุ 68 ปี บิดา ได้นำศพ นายจตุพร จากโรงพยาบาลศิริราช มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ท่ามกลางความโศกเศร้าของบิดาและญาติๆ โดยพระเมธีวัชรประชาทร เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ได้มอบหลีดข้าวสารร่วมไว้อาลัย โดยจะสวดพระอภิธรรมศพ 3 คืน และจะฌาปกิจศพวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ขณะที่ผลชันสูตรศพเผยว่านายจตุพรสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกจากของแข็งไม่มีคม
นายเฉลิมเกียรติ บิดานายจตุพร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนอยู่เชียงใหม่กับลูกสาว เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์หาลูกชาย และได้พูดคุยกัน ลูกชายบอกว่า อยากบวชให้พ่อกลางเดือนนี้ แต่ยังไม่ได้บอกวัน กระทั่งมาถึงวันเกิดเหตุ ตนคิดถึงลูกชายพยายามโทรหา โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ตนจึงโทรหาเพื่อนลูกชายให้ติดต่อให้ที ยังไม่ทันโทรกลับก็มีผู้หญิงคนนึงโทรศัพท์มาหาตน พูดจาอ้อมค้อมถามลักษณะของลูกชาย ตนก็ตอบไปตามที่เค้าถาม สุดท้ายก็บอกกลับมาว่าลูกชายของตนเสียชีวิตแล้วตนเสียใจมาก จึงรีบเดินออกเดินทางจากเชียงใหม่ช่วงประมาณบ่าย 3 โมงวานนี้ ขับรถล่องมาเรื่อยๆจนมาถึงเช้าวันนี้ ก็ได้เข้าไปให้ปากคำที่โรงพักแสมดำ หลังจากนั้นตนจึงรีบไปรับศพลูกชายและนำมาประกอบพิธีที่บ้านเกิด ณ วัดอินทาราม
นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ตนเสียใจมากที่ลูกชายเสียชีวิต ตนคิดถึงลูกชายทุกวัน และยิ่งลูกชายบอก รักพ่อนะ พ่อดูแลตัวเองให้ดีๆ ผมจะบวชให้ กลางเดือนนี้ ตนก็ยิ่งรอวันลูกชายบวชให้กระทั่งมาเสียชีวิตในครั้งนี้ ลูกชายตนเป็นคนเงียบๆอัธยาศัยดี พูดจาเรียบร้อย ขยันขันแข็ง ตั้งใจทำงานเลี้ยงดูตนเอง และภรรยากับลูกชายอีก 2 คน มาตลอด ต่อมาได้แยกทางกับภรรยา แต่ลูกชายก็ดูแลตนเป็นอย่างดีมาตลอด กระทั่งเมื่อต้นปีลูกชายก็ไปมีภรรยาใหม่ ประกอบกับ ลูกสาวชวนตนไปอยู่เชียงใหม่ จนจึงตัดสินใจไปอยู่กับลูกสาวที่เชียงใหม่ แต่ก็โทรศัพท์ติดต่อกันโดยตลอด กระทั่งมาทราบข่าวว่าลูกชายพึ่งเข้ากรุงเทพฯไปทำงานได้แค่ 2 วันก็มาเสียชีวิต
นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่าส่วนกรณีผู้ต้องกล่าวหาว่าลูกชายตนคลั่งยานั้น ตนไม่เคยเห็นลูกชายตนเสพยา มันก็พูดยากต้นไม่เห็นกับตาก็บอกไม่ได้แต่ตลอดเวลาที่ลูกชายอยู่กับตนไม่เคยเห็นเสพยาบ้าดื่มสุราหรือยาเสพติดแต่อย่างใด มีเพียงนานๆครั้งจะดื่มยาแก้ไอผสมกับโค้กเพื่อคลายเครียดซึ่งตนก็เตือนไปว่า อย่าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้เลยมันไม่ดี แต่ก็ไม่เคยเห็นลูกชายคลั่งแต่อย่างใด ส่วนผลชันสูตรตนไม่ทราบ แต่คุณหมอให้กระดาษมาอย่างเดียว รู้เพียงว่าทะเลาะวิวาท แต่ทั้ง 3 คนก็เป็นเพื่อนกับลูกชายตน เขาก็เพื่อนกัน พูดไปก็คนบ้านใกล้เรือนเคียงเพื่อนกันทั้งนั้น จนไม่ได้ติดใจการเสียชีวิต แค่อยากจะรู้ว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้เอากันถึงตายเชียวเหรอ 3 คนรุม 1 ก็คิดกันเอาเองละกัน ตนไม่ได้คิดจองเวรจองกรรมคิดแค่เพียงว่าลูกชายของตนมาเพียงแค่นี้ หมดอายุขัยสบายใจดีด้วย ไม่ต้องคิดอาฆาตมาดร้ายกันให้มีเวรกรรมกันเปล่าๆ ต่างคนต่างไป
อบจ.สมุทรสงคราม รับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ชูสถิติพุ่งทะลุ 28% จัดอบรมเข้มดูแลสุขภาพกาย-ใจ หวังลดภาระลูกหลาน
“นายกมิ้น” พร้อมสมาชิกสภาฯ ลุยตรวจเยี่ยมโครงการรถรับส่งผู้ป่วย-ผู้พิการ ช่วยชาวบ้านลดภาระเดือนละหลายพัน
ตม.1 เอาจริง เพิกถอนวีซ่านักเรียนต่างด้าวทิพย์ 7 ราย แฝงทำงานผิดกฎหมาย